รู้จัก “เควิน วอร์ช” ว่าที่ประธานเฟดที่ “ทรัมป์” เลือก
เปิดประวัติ “เควิน วอร์ช” ว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ ที่ “ทรัมป์” เสนอชื่อ หลัง “เจอโรม พาวเวลล์” กำลังจะหมดวาระ
เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอชื่อของ “เควิน วอร์ช” (Kevin Warsh) เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ แทนที่ เจอโรม พาวเวลล์ ที่กำลังจะดำรงตำแหน่งครบวาระในเดือน พ.ค. โดยทรัมป์เชื่อว่าเขาจะสามารถทำให้เศรษฐกิจเฟื่องฟูได้ตามที่สัญญาไว้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
“เขาฉลาดมาก เก่งมาก แข็งแกร่ง หนุ่ม และยังหนุ่มอยู่ เขาเป็นคนที่ผู้คนต้องการ ... รูปลักษณ์ไม่ได้มีหมายความอะไร แต่เขามีรูปลักษณ์ที่เหมาะสม” ทรัมป์กล่าว
เขาบอกอีกว่า “ผมรู้จักเควินมานานแล้ว และไม่สงสัยเลยว่าเขาจะได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในประธานเฟดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจจะดีที่สุดด้วยซ้ำ นอกจากนั้น เขายังมีคุณสมบัติที่เหมาะสม และเขาจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”
ทรัมป์เสริมว่า วอร์ชมีคุณสมบัติหลายอย่างที่เหมาะสมกับการเป็นผู้นำธนาคารกลางที่สำคัญที่สุดของโลก แต่เขากำลังทำเช่นนั้นในช่วงเวลาที่ไม่ปกติสำหรับเฟด เนื่องจากทรัมป์กล่าวว่า ประธานเฟดคนใหม่จำเป็นต้องลดอัตราดอกเบี้ยให้เป็นไปตามความต้องการของทำเนียบขาว
การลดอัตราดอกเบี้ยในระดับที่ทรัมป์ต้องการ อาจช่วยกระตุ้นการเติบโตได้ชั่วคราว แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจร้อนแรงเกินไป ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อสูงอยู่แล้ว และความสามารถในการซื้อเป็นข้อกังวลหลักของประชาชนชาวอเมริกันจำนวนมาก
ประวัติส่วนตัว เควิน วอร์ช
วอร์ชเกิดที่เมืองอัลบานี รัฐนิวยอร์ก เขาสำเร็จการศึกษาด้านนโยบายสาธารณะ โดยเน้นด้านเศรษฐศาสตร์และสถิติ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเขาได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมในปี 1992
จากนั้นวอร์ชเข้าศึกษาต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยมุ่งเน้นการศึกษาในด้านความเชื่อมโยงระหว่างกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ และนโยบายกำกับดูแล และได้รับปริญญาด้านกฎหมายในปี 1995
นอกจากนี้เขายังเรียนหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ตลาดและตลาดทุนตราหนี้ที่วิทยาลัยธุรกิจฮาร์วาร์ดและวิทยาลัยสโลนแห่งสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)
ในปี 1995 วอร์ชเข้าทำงานเป็นวาณิชธนกิจในแผนกควบรวมกิจการและการซื้อกิจการของ มอร์แกน สแตนลีย์ บริษัทให้บริการทางการเงินระดับโลก โดยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับบริษัทต่าง ๆ ในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงการผลิต วัตถุดิบ บริการระดับมืออาชีพ และเทคโนโลยี นอกจากนี้ เขายังช่วยจัดโครงสร้างธุรกรรมในตลาดทุนและอำนวยความสะดวกในการจัดหาเงินทุนทั้งตราสารหนี้และตราสารทุน
ในปี 2002 วอร์ชลาออกจากตำแหน่งรองประธานและกรรมการบริหารที่ มอร์แกน สแตนลีย์ เพื่อเข้าร่วมคณะบริหารของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช
เขาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยพิเศษของประธานาธิบดีบุชด้านนโยบายเศรษฐกิจและเลขานุการบริหารที่สภาเศรษฐกิจแห่งชาติ วอร์ชให้คำแนะนำแก่ประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการไหลเวียนของเงินทุนในตลาดทุน หลักทรัพย์ การธนาคาร และประกันภัย ในช่วงเวลานั้น เขายังเป็นสมาชิกของคณะทำงานของประธานาธิบดีด้านตลาดการเงินด้วย
เมื่ออายุ 35 ปี วอร์ชกลายเป็นคณะกรรมการเฟดที่อายุน้อยที่สุด โดยดำรงตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่ปี 2006 ถึง 2011
วอร์ชทำงานอย่างใกล้ชิดกับ เบน เบอร์นันเก ประธานเฟดในขณะนั้น ในช่วงปี 2008-2009 ระหว่างที่ธนาคารกลางพยายามต่อสู้กับวิกฤตการณ์ทางการเงินและภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่
เบอร์นันเกเขียนไว้ในบันทึกความทรงจำของเขาว่า “วอร์ชเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาและคนสนิทที่สุดของผม” และเสริมว่า “ความเชี่ยวชาญทางการเมืองและตลาด รวมถึงเครือข่ายความสัมพันธ์มากมายในวอลล์สตรีทของเขา จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง”
ก่อนหน้านี้ วอร์ชเคยเป็นผู้ได้รับการพิจารณาเป็นอันดับ 2 สำหรับการแต่งตั้งเป็นประธานเฟดในปี 2017 แต่ตอนนั้นทรัมป์เลือกพาวเวลล์ให้เป็นผู้นำธนาคารกลาง
ในด้านชีวิตส่วนตัว เขาสมรสกับ เจน ลอเดอร์ บุตรสาวของ โรนัลด์ ลอเดอร์ ทายาทมหาเศรษฐีเครื่องสำอางและผู้บริจาครายใหญ่ของพรรครีพับลิกัน
ปัจจุบัน วอร์ชอายุ 55 ปี เป็นนักวิจัยอยู่ที่สถาบันฮูเวอร์ ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเชิงอนุรักษ์นิยมที่ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด นอกจากนี้เขายังเป็นหุ้นส่วนในบริษัท ดูเควน แฟมิลี่ ออฟฟิศ บริษัทลงทุนที่ก่อตั้งโดย สแตนลีย์ ดรักเคนมิลเลอร์ มหาเศรษฐีและอดีตผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์
จะเกิดอะไรขึ้นหาก เควิน วอร์ช เป็นประธานเฟด?
การเสนอชื่อนายวอร์ชเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนสำหรับเฟด เนื่องจากกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ผสมผสานกันระหว่างอัตราเงินเฟ้อที่สูงและการจ้างงานที่ชะลอตัว การขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจช่วยบรรเทาเงินเฟ้อได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ตลาดแรงงานเย็นตัวลงอีก ในขณะที่การลดอัตราดอกเบี้ยอาจกระตุ้นการจ้างงาน แต่ก็คุกคามอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการเฟด วอร์ชมีชื่อเสียงในฐานะ “เหยี่ยว” ด้านอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหมายความว่าโดยทั่วไปแล้วเขาสนับสนุนให้มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงเพื่อรับประกันอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำและมีเสถียรภาพ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา วอร์ชได้แสดงการสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง โดยตำหนิความกังวลของเฟดเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากภาษีนำเข้าใหม่จำนวนมากที่ออกเมื่อปีที่แล้ว
วอร์ชกล่าวในเดือน ก.ค. 2025 ว่า “ภาษีนำเข้าไม่ได้ทำให้เกิดเงินเฟ้อ” และเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบของธนาคารกลางในขณะนั้น
ถึงกระนั้น วอร์ชก็แสดงให้เห็นถึงขีดจำกัดของความกระตือรือร้นของเขาต่ออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง ในเดือน ก.ย. 2024 วอร์ชคัดค้านการลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ตามที่นักวิเคราะห์บางส่วนเรียกร้อง แต่ในที่สุดเฟดก็เลือกที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลงครึ่งจุด
ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ที่วอร์ชอาจจะไม่เห็นด้วยกับความต้องการของทรัมป์ที่ต้องการลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างมาก หากได้รับการรรับรองจากวุฒิสภา วอร์ชจะเข้าร่วมกับเฟดท่ามกลางแรงกดดันจากทรัมป์
เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะไม่ขอให้วอร์ชลดอัตราดอกเบี้ย “ผมอยากให้มันคงความบริสุทธิ์ไว้” ก่อนที่จะแสดงความมั่นใจว่าวอร์ชต้องการลดอัตราดอกเบี้ยอย่างแน่นอน
เรียบเรียงจาก ABC News / Associated Press / Federal Reserve History
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB